7 ปัญหาการเงิน “คนยุคมิลเลนเนียล” รับไปเต็มๆ

31 สิงหาคม 2018 | สาระความรู้ทั่วไป
  1. หนี้การศึกษาที่สูงขึ้น (มาก)

แม้เด็กเจนนี้จะเริ่มทำงานด้วยฐานเงินเดือนที่สูง แต่สิ่งที่สูงตามก็คือ ค่าเล่าเรียน โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัยที่แม้แต่มหาวิทยาลัยรัฐก็ไม่ได้มีค่าหน่วยกิตน่ารัก ๆ เหมือนรุ่นพ่อรุ่นแม่ เด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานจึงมีภาระหนี้การศึกษาตั้งแต่ยังไม่เริ่มเก็บเงินซื้อบ้านด้วยซ้ำ

  1. ต้องเก็บเงินนานกว่าแต่ก่อนเพื่อซื้อบ้าน

ราคาบ้านในสมัยนี้ต้องบอกว่าแพงขึ้นกว่าแต่ก่อนจนน่าตกใจ และมีแนวโน้มที่จะแพงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงไม่น่าแปลกใจว่าเด็กเจนใหม่ต้องเผชิญหน้ากับการเก็บเงินที่หนักหนาสาหัสกว่าแต่ก่อนเพื่อซื้อบ้าน

  1. ต้องกันเงินไว้ไม่น้อยเพื่อเป็นค่าเช่าบ้าน

ในอดีตรุ่นพ่อรุ่นแม่นั้น การเช่าบ้านอยู่ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของการใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องเก็บเงินก้อนใหญ่ไว้ซื้อบ้าน แต่สำหรับเด็กเจนใหม่นั้น แม้แต่ค่าเช่าบ้านก็แพงขึ้นจนแทบอยากจะตัดใจซื้อบ้านแทน

  1. หนทางสู่ความร่ำรวยไม่ใช่เรื่องง่าย

แม้จะเป็นกลุ่มเจนที่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคอะนาล็อกสู่ยุคดิจิทัล แต่กลุ่มมิลเลนเนียลก็ต้องเผชิญหน้ากับยุควิกฤตการณ์ทางการเงินอยู่บ่อยครั้ง หนทางสู่ความร่ำรวยโดยปราศจากมรดกจากรุ่นพ่อรุ่นแม่จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

  1. ค่าใช้จ่ายในการดูแลพ่อแม่

ค่ารักษาพยาบาล ค่าครองชีพ ค่าอุปโภค-บริโภค มีแต่แนวโน้มที่จะสูงขึ้น การดูแลพ่อแม่ในยุคนี้จึงต้องใช้เงินไม่น้อย ยิ่งจำนวนการมีลูกที่ลดลง จึงมีครอบครัวจำนวนไม่น้อยที่มิลเลนเนียลหนึ่งคนต้องดูแลทั้งพ่อและแม่ หรืออาจพ่วงปู่-ย่า ตา-ยาย เข้ามาด้วย

  1. พึ่งพ่อแม่ทางด้านการเงินมากเกินไป

ด้วยสภาวะการแข่งขันที่สูงและงานที่หายากมากขึ้น ทำให้มีเด็กเจนใหม่ไม่น้อยที่กลายเป็นเด็กไม่รู้จักโต ได้แต่แบมือขอเงินพ่อแม่และมักจะจัดการปัญหาการเงินของตัวเองไม่ได้

 

  1. ต้องเก็บเงินมากขึ้นเพื่อรอเกษียณ

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีเงิน 5 ล้าน ก็ถือว่ามากจนอาจจะเพียงพอที่จะใช้ชีวิตหลังเกษียณไปอีกสัก 10 หรือ 20 ปี แต่ในปัจจุบันเงินล้านนั้นต้องมีเป็น 10 ล้านเป็นอย่างต่ำหากคิดจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสุขสบาย

Kid earning money for future

Advertisement




Keyword ที่เกี่ยวข้อง



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook