ความสำเร็จที่เราออกแบบได้ (บัญชา ชุมชัยเวทย์) ทำธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

1 กรกฎาคม 2016 | ธุรกิจ-เศรษฐกิจ, สาระบันเทิง

001

 

สิ่งที่เราประกอบอาชีพและสร้างรายได้จากมันในวันนี้ สำหรับบางคนแล้วอาจจะได้รับแรงกระตุ้นเพิ่มมาจากความถนัดและความสนใจในวัยเยาว์ “บัญชา ชุมชัยเวทย์” ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจที่ในปัจจุบันมิได้สวมบทบาทในฐานะผู้ประกาศข่าวเพียงอย่างเดียว แต่อีกบทบาทหนึ่งนั้นเขาคือนักธุรกิจผู้ผลิตรายการเศรษฐกิจ และจัดกิจกรรมด้านการเงินและการลงทุนโดยที่หวังจะเป็นผู้นำในด้านนี้

 

002

 

การที่จะมีความสำเร็จและได้รับการยอมรับนี้ล้วนเกิดจากความสนใจในเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนของเขาตั้งแต่สมัยเข้าเรียนมหาวิทยาลัย โดยที่มีคุณอาแท้ๆ ของเขาเป็นผู้ปลูกฝัง ชีวิตที่เกิดจากการรู้จักและความสนใจของตนเองไปพร้อมๆ กับการวางแผนไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ทำให้ผู้ชายคนนี้มีทุกสิ่งทุกอย่างตามที่วาดฝันไปพร้อมๆ กับชีวิตที่มีความสมดุล

 

003

 

คุณสนใจเรื่องเศรษฐกิจการเงินมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า

ผมเริ่มสนใจตั้งแต่ตอนที่เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพราะในตอนนั้นเราชอบอ่านบทความต่างประเทศ อย่างตอนเรียนจบโรงเรียนสาธิตที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ได้ตั้งเป้าหมายไว้เลยว่าถ้าอยากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่มีการสอนภาษาอังกฤษและเกี่ยวข้องกับเรื่องการบริหารต่างประเทศก็เลยทำให้เราสนใจเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

Advertisement

004

 

แรงบันดาลใจที่ทำให้คุณชอบเรื่องเศรษฐกิจมาจากไหน

มาพูดถึงคุณอาบ้างครับ คุณอาเป็นเด็กต่างจังหวัดได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ แล้วทำงานเกี่ยวกับภาคธุรกิจการเงินซึ่งช่วงหนึ่งนั้นผมมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคุณอาเพราะว่าได้เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ คุณอาเป็นคนบอกว่าเรื่องธุรกิจ และการเป็นนักบริหารมืออาชีพนั้นมันสำคัญมาก คุณอาบอกเสมอว่าให้ลองอ่านหนังสือพวกนี้ดู และคุณอาทำงานทางด้านนี้ไปด้วยจึงทำให้ผมเรียนรู้จากท่าน อาผมจบนิติศาสตร์แต่ทำงานทางด้านกฎหมายของสถาบันการเงินก็เลยทำให้เรามองเห็นภาพธุรกิจกลุ่มนี้เป็นแบบแบงก์กิง ทำให้ผมมีความคิดและตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะเป็นนักบริหารธุรกิจหรือองค์กร แต่ก็ต้องมีภาษาอังกฤษซึ่งภาษาอังกฤษนั้นคุณอาผมก็เป็นคนปลูกฝัง แนวคิด คาแรคเตอร์ การใช้ชีวิตของผมก็ค่อนข้างเป็นแบบผู้ใหญ่พอสมควร จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดความชอบธุรกิจและการบริหาร มีบางคนบอกว่าผมไม่มีช่วงวัยรุ่นคือข้ามไปเป็นผู้ใหญ่เลยเพราะผมจะชอบติดสอยห้อยตามคุณอาไปที่ทำงานก็เจอแต่ผู้ใหญ่ ซึ่งก็เลยทำให้ผมพูดหรือคิดแบบผู้ใหญ่

 

005

 

ตอนแรกคุณสนใจเรื่องธุรกิจแล้วอะไรคือจุดเปลี่ยนให้คุณสนใจแวดวงสื่อสารมวลชน

ตอนนั้นเรียนจบมาค่อนข้างเป็นภาษาอังกฤษก็เลยอยากทำงานกับองค์กรที่ใช้ภาษาอังกฤษเพราะผมเรียนมาตั้ง 4 ปี พยายามถีบตัวเองเข้าไปทำงานกับพวกส่งออก การที่ได้เขียนโต้ตอบกับลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษตอนนั้นผมรู้สึกว่ามีความสุขกับพื้นที่ๆ ผมอยู่ ตอนนั้นผมก็เลยคิดว่าที่นี่มันดีที่สุดแต่จริงแล้วๆ มันไม่ใช่ ผมอยากจะเป็นนักบริหาร ขึ้นตำแหน่งสูงๆ พอทำงานให้องค์กรไปสักพักก็ตั้งเป้าหมายต่อไปคือการเรียนต่อเพราะตอนนั้นผมจบแค่ปริญญาตรี อย่างน้อยต้องโทสักใบและน่าจะเปิดทางให้เราได้ ผมก็เลยไปเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ สาขาการเงินระหว่างประเทศที่จุฬาลงกรณ์ครับ แล้วก็ไปต่อ MBA ที่จุฬาลงกรณ์ แล้วก็ได้โทมาสองใบ

 

ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงตัดสินใจว่าเราจะกลับไปในเส้นทางเดิมสายนักบริหารองค์กรมืออาชีพหรือจะตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง หรือจะไปเป็นสายนักการเงิน ตรงนั้นซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนหลายอย่าง สุดท้ายแล้วก็เลยมองว่าทักษะหนึ่งที่เรามีตั้งแต่ตอนทำงานก็คือการพรีเซ็นเทชั่น ผมก็เลยขอคำปรึกษากับญาติๆ ถ้าทักษะส่วนหนึ่งคือการพรีเซ็นเทชั่นก็น่าจะใช้ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มาก ในขณะเดียวกันนั้นมันก็สามารถทำให้เราเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าที่เราจะไปในเส้นทางการเป็นนักบริหารมืออาชีพจนถึงสุดปลายทาง ตอนนั้นผมก็เลยศึกษาหาข้อมูลดูว่าใครบ้างเป็นนักบริหารมืออาชีพปลายทางของเขาคืออะไร ความสิ้นสุดของเขาอยู่ตรงไหนหลังความสำเร็จนั้นเขาไปต่อได้ถึงแค่ไหน ผมจะเป็นคนที่ชอบศึกษาหาข้อมูลไว้ล่วงหน้า มีต้นแบบแล้วก็ทำตามไปด้วย

 

006

 

เสร็จแล้วเราก็จะมาดูว่าถ้าเป็นนักบริหารองค์กรมืออาชีพ หากถึงจุดหนึ่งถ้าเก่งจริงเราก็คงเป็น CEOของบริษัทซึ่งมันก็คงเป็นเพียง 1 ใน 100 แต่ถ้าไปไม่ถึง CEO ก็อาจจะได้เป็นผู้อำนวยการฝ่าย แล้วชีวิตหลังจากนั้นไปมันคืออะไร เส้นทางตรงนี้พูดตามประสาชาวบ้านมันก็คือมนุษย์เงินเดือนนั่นเอง ช่วงนั้นผมกำลังศึกษาหาข้อมูลเรื่องดอทคอมเยอะมาก ทำให้มองเห็นว่าคนที่ทำดอทคอมในต่างประเทศเค้าไม่ได้จบสูงเลย และเค้าก็ไม่ได้เป็นนักบริหารมืออาชีพ แต่ว่าวิธีคิดกับวิธีมองธุรกิจของเขานั้นมองขาดเลยครับ ตอนนั้นผมได้ช่างน้ำหนักว่าจะไปต่ออย่างไร จะเป็นมนุษย์เงินเดือนตอนปลายทางเกษียณแล้วจะมีเงินใช้หรือเปล่า แต่ทำธุรกิจมันก็มีความเสี่ยงถ้าคุณไม่เก่งจริง ไม่เจ๋งจริง คอนเน็กชั่นหากไม่มีธุรกิจคุณจะไปอย่างไร แต่หากเรามีทักษะพรีเซ็นเทชั่น ผมก็เลยคิดว่าเราน่าจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มากและปลายทางสามารถตั้งธุรกิจของตัวเองได้อีกด้วย

007

 

จุดเริ่มต้นการเข้ามาทำงานในวงการสื่อสารมวลชนของคุณคืออะไร

ช่วงนั้นผมได้มีโอกาสรู้จักท่านอดีตผู้อำนวยการ อสมท. คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ท่านเป็นนักกลยุทธ์ด้านการสื่อสาร ท่านก็เลยชวนผมไปทำรายการหนึ่งซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมยังเรียนไม่จบ เป็นรายการเงินและเศรษฐกิจการลงทุนกับช่องทีวี ผมก็มีคิดว่าคนไทยดูทีวีส่วนมากจะดูละครเกมโชว์ แล้วอะไรที่คิดว่าจะทำให้รายการตัวนี้เกิดเพราะเนื้อหาค่อนข้างฉีกคนดูมากเลยทีเดียว แล้วให้อธิบายในเรื่องยากๆ มันใช่เหรอ ท่านเลยบอกว่าถ้าอยากให้มีรายการที่เป็นสังคมอุดมปัญญาโดยมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และพัฒนาความคิดของคน ซึ่งผมชอบไอเดียตรงนี้มันคือการพัฒนาความคิดของคน นั่นเป็นจุดแรกของผมในการก้าวเข้ามาในวงการสื่อ ซึ่งคุณมิ่งขวัญก็บอกนะว่าทักษะการพรีเซนท์งานของคุณนั่นแหล่ะทำไมไม่เอามันมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพราะพื้นฐานคุณพร้อม เรียนบริหาร เรียนภาษาอังกฤษ บุคลิกดูดี นำเสนอแล้วโดดเด่น น่าจะทำประโยชน์ให้คนหมู่มากได้ และถ้าโอกาสคุณได้จริงๆนั่นคือการเป็น Business wonder

 

008

Advertisement

อะไรคือสิ่งสำคัญของการเป็นนักข่าวเศรษฐกิจ

สิ่งที่สำคัญของนักข่าวเศรษฐกิจคือทำเรื่องที่ยากให้เข้าใจง่ายที่สุด เพราะเศรษฐกิจมันเกี่ยวข้องกับตัวเลข คำแปลกๆ เฉพาะทาง แล้วก็เป็นกลุ่มเฉพาะ เพราะเวลาเราพูดเรื่องเงินมันเกี่ยวข้องกับกลุ่มเล็กๆ ไปจนถึงกลุ่มใหญ่ ผมก็เลยต้องลองทำดู มันก็เลยเป็นที่มาของการทำรายการชื่อ “ภาษาเศรษฐกิจ” ออกอากาศครึ่งชั่วโมงต่อวันเป็นรายการสดและออกอากาศทางช่อง 9 ซึ่งตอนนั้นยอมรับเลยว่ารายการมีคนดู มีคนยอมรับ มีคนพูดถึง ทำงานอยู่ช่อง 9 มาประมาณ 4 ปี และนั่นก็คือที่มาของการเข้ามาในวงการสื่อของผม

 

009

 

เอกลักษณ์ของคุณคือการทำเรื่องเศรษฐกิจให้เข้าใจง่าย คุณมีเทคนิคและวิธีการอย่างไร

ผมว่าเรื่องการที่จะทำให้เข้าใจง่ายมันอยู่ที่ความสามารถในการนำเสนอ ผมยอมรับนะว่าผู้ใหญ่บางคนค้นพบเราจากจุดนี้ แล้วผมยังได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดว่าเศรษฐกิจต้องยกตัวอย่างเทียบเพราะคำเฉพาะมันเยอะมาก เราต้องอธิบายคำนั้นเพิ่มหรือมีตัวอย่างที่จับต้องได้มาประกอบเพิ่มเติม แล้วมันจะทำให้รู้สึกว่าเขาอยากเข้าใจเรา สุดท้ายผมคิดว่าคนที่เรียนหรือศึกษาในเรื่องธุรกิจ และการตลาดมาตลอดจะเชื่อเรื่องการสร้างความแตกต่าง คนที่ทำรายการสื่อทางเศรษฐกิจจะบอกว่าความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือมาจากบุคลิกของคนทำรายการต้องเครียด ใส่แว่น แต่ผมบอกว่าไม่ใช่ ถ้าอย่างนั้นมันก็จะเป็นเรื่องที่ยิ่งทำให้เข้าใจยาก บุคลิกส่วนตัวของผมนั้นคือคุยง่าย ยิ้มง่าย ดังนั้นผมจะตั้งคาแรคเตอร์ตรงส่วนนี้บวกกับนิสัยส่วนตัว ผมมีความเชื่อว่าพอเรายิ้มในทีวี มันจะทำให้คนดูอยากเปิดเข้ามาดู แต่ถ้าเราทำรายการขึ้นมาแล้วทำหน้าบึ้ง หน้าบูด หรือเราเครียด ผมเชื่อว่าแค่ตัวเราทำหน้ายากคนก็ยิ่งไม่เข้าใจ คนดูเค้าก็จะเปลี่ยนช่องไปดูละครแล้วยิ้มสนุกสนานดีกว่า

 

010

 

หลายคนคงคิดว่านักเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์ อย่างที่คุณอยากจะเป็นจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการเงินเป็นหลัก แต่โดยส่วนตัวผมมีวิธีการบาลานซ์เรื่องเงินกับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตอย่างไร เดี๋ยวนี้มันมีสื่อโซเชียลมีเดียด้านหนึ่งซึ่งมันทำให้เรามีเวลาเหลือ หากเราใช้เครื่องมือพวกนี้เป็น ทุกวันนี้งานหน้าจอของทางช่อง 3 เราก็ทำงานกันเป็นทีมในการอ่านข่าวช่อง 3 จันทร์ – ศุกร์ และเราจะวางแผนในการทำงานล่วงหน้าเพื่อที่จะทำให้ประเด็นในการนำเสนอมันถูกคิดขึ้นมาแล้วมีความต่างและยังสามารถทำให้ทีมทำงานแล้วเข้าใจได้ง่ายขึ้น ส่วนทางด้านครอบครัวตอนนี้มีลูกสาวในวัย 6 ขวบ เราคิดไว้แล้วว่า จันทร์-ศุกร์ คืองาน เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดก็คือครอบครัว หลังจากทำงานเบ็ดเสร็จทุกอย่างแล้วประมาณสองทุ่มผมก็จะตัดการสื่อสารทุกอย่างเพื่อให้เวลากับครอบครัว ยกเว้นการพูดคุยที่เป็นกรณีเร่งด่วนจริงๆ อยู่กับครอบครัว จะไม่เอาเรื่องงานมาพูดมายุ่งเลย

 

011

 

สิ่งที่มนุษย์เงินเดือนหรือคนรากหญ้าจะต้องปรับตัวเพื่อเข้าสู่ยุคของ Digital Economy คืออะไร

สิ่งแรกเลยคือเราต้องยอมรับ ต่อไปนี้เราอาจจะไม่เห็นเงินทองหรือการนับแบงก์ในปัจจุบันอีกแล้ว แต่มันจะเกิดจากการแค่ใช้ปลายนิ้วแตะมือถือก็โอนเงินเสร็จเลย ซึ่งถ้าตรงนี้หากคุณเปิดกว้างคุณก็จะเห็นประโยชน์ของมัน เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาคุณก็จะมีเวลามากขึ้น สามารถนำเวลาที่เหลือไปให้กับครอบครัวได้ หรือนำไปบริหารงานอื่นๆได้ ผมอยากให้คนรุ่นกลางเปิดกว้าง หากคุณไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาคุณก็จะทำงานแบบนี้ในกรอบ 24 ชั่วโมงเท่าเดิม แต่ถ้าหากคุณใช้เทคโนโลยีช่วยคุณจะได้เวลาเพิ่มขึ้นมาอย่างน้อย 5 – 6 ชั่วโมง ทำให้ชีวิตมันสบายขึ้นเยอะ

Advertisement

ทุกคนอยากรวยหมด สำหรับคุณให้ความหมายคำว่า “คนรวย” ไว้อย่างไร

ผมคิดว่าคนรวยที่แท้จริงนั้น คือคนรวยด้วยโอกาสครับ เปิดโอกาสในการสร้างธุรกิจที่ทำให้เกิดความมั่งคั่ง การที่เราเห็นเงินไหลเข้าบัญชี การที่เราเห็นตัวเลขกำไรต่อปีและในบัญชีพวกนี้คือผลลัพธ์ กว่าเราจะมีพวกนี้และมาถึงจุดนี้ได้คือเราจะต้องเห็นโอกาสในการสร้างมันขึ้นมา

 

012

 

การเชี่ยวชาญด้านการเงิน การรู้และวิเคราะห์เศรษฐกิจได้ล่วงหน้ามันให้คุณค่าอย่างไรต่อชีวิตของคุณ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันให้ความรู้สึกมั่งคั่งกับชีวิตเราได้ดี หากเราไม่รู้ตัวเลขอะไรล่วงหน้าหรือถ้าเราไม่เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง หรือถ้าเราอาจไม่เห็นการส่งสัญญาณ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์แบบใบ้ พอเราไปถึงจุดนั้นโดยที่เราไม่ได้รับรู้ข้อมูลมาก่อนสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคือปรับตัวไม่ทัน แล้วพอปรับตัวไม่ทันทางเลือกเดียวคือคุณต้องยอมรับสภาพเพราะคุณปรับตัวไม่ทันเอง ดังนั้นในการคาดการณ์สามารถนำไปใช้กับมนุษย์ทุกอาชีพ

 

ความสำเร็จในวันนี้ของคุณบัญชา จึงเป็นความสำเร็จที่เขาได้ดีไซน์ไว้แล้วตั้งแต่ต้น ชีวิตเราก็เป็นเช่นนั้นได้ถ้าหากเรามีเป้าหมาย ก้าวเดินของเราแต่ละก้าวก็จะเป็นก้าวเดินที่มีแต่ความมั่นอกมั่นใจและมั่นคง

เรียบเรียงโดย: เด็ดสุด ดอทคอม

ที่มา : sanook.com

Advertisement




Keyword ที่เกี่ยวข้อง



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook