ผลไม้ต้องห้ามและการเซ่นไหว้ที่ถูกต้อง ถ้าทำผิดอาจส่งผลร้ายจนชีวิตพัง

4 กรกฎาคม 2016 | สาระความรู้ทั่วไป, สาระวาไรตี้

ผลไม้ต้องห้ามและการเซ่นไหว้ที่ถูกต้อง ถ้าทำผิดอาจส่งผลร้ายจนชีวิตพัง

 

5

เป็นที่ทราบกันดีว่า สิ่งศักดิสิทธิ์เป็นความเชื่อที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน จึงมีการสักการะกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีการจัดโต๊ะหมู่บูชา มีการเคารพสิ่งศักดิสิทธิ โดยเฉพาะอาชีพ ค้าขาย ที่ต้องมีการบูชาสิ่งศักดิสิทธิ์เฉพาะทาง จึงจะร่ำรวย มั่งคั่ง ได้กำไรวันละหมื่น วันละแสน ทุกวัน แต่ถ้าเรานำอาหารคาวหวานและผลไม้ไปเซ่นไหว้ไม่ถูกวิธี ผลลัพธ์ก็อาจตรงกันข้ามเช่นกัน

ผลไม้ที่ไม่ควรนำไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

  1. ละมุด เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้ว มักจะไม่โดดเด่น ต้องปิดๆ ซ่อนๆ
  2. มังคุด เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้วจะไม่ได้ดีเท่าที่ควร คุด กุด ไปไม่ถึงที่สุด กุดๆ ด้วนๆ ไม่มีความโดดเด่น
  3. พุทรา เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้วชีวิตดีในช่วงแรกๆ แต่ช่วงหลังๆ จะซาลง
  4. มะเฟือง เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้ว มักจะฝืดเคือง ไม่ติดอะไรก็อะไรสักอย่าง
  5. มะไฟ เชื่อกันว่าถ้าทำอะไรแล้วมักต้อง เร่งรีบเหมือนไฟลน ทำอะไรไม่ได้คุณภาพ
  6. น้อยหน่า เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้ว มักจะมีปัญหา มีอุปสรรค มีเรื่องเล็กน้อย จุกๆจิกๆ กวนใจอยู่เสมอ ทำอะไรแล้วจะได้ผลเพียงน้อยนิด
  7. น้อยโหน่ง เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้วจะได้ผลสมบรูณ์เพียงน้อยนิด จะมีแต่อุปสรรคปัญหา ไม่มีความสมบรูณ์แบบ
  8. มะตูม เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้วจะไม่เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับชื่อที่ตูมตลอด ไม่เบ่งบาน ก้าวหน้า ทำอะไรก็ไปไม่ได้ไกล
  9. มะขวิด เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้วมักจะมีแต่ปัญหา หัวหกก้นขวิด เช่นวัสดุอุปกรณ์หาย หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ครบ ขาดโน่น ขาดนี่เสมอ
  10. ลูกจาก เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้ว ชีวิตมักจะไม่ยั่งยืน
  11. ลูกพลับ เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้ว ผลงานต้องโดนเก็บใส่ลิ้นชัก พับไว้ไม่ได้เปิดเผย ไม่มีโอกาสแสดงผลงาน ไม่มีความก้าวหน้า
  12. ลูกท้อ เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้ว ชีวิตจะท้อแท้ เบื่อหน่าย และไม่มีกำลังใจ
  13. ระกำ เชื่อกันว่า ทำอะไรแล้ว มักจะไม่ประสบความสำเร็จ
  14. กระท้อน เชื่อกันว่า ถ้าทำอะไรแล้ว สิ่งดีๆ ที่ต้องการเผยแพร่จะกลับสะท้อนมายังจุดเดิม สรุปคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีอะไรก้าวหน้า
  15. ลางสาด เชื่อกันว่า ถ้าเป็นผลไม้ที่มียาง ถ้าทำอะไรแล้วมักจะมีเรื่องยุ่งยากวุ่นวาย เป็นยาง เป็นเส้นสายไม่จบไม่สิ้น

Advertisement

 

56

ผลไม้มงคล ที่นิยมนำมาไหว้สิ่งศักดิสิทธิ์

เมื่อเราทราบผลไม้ที่ไม่ควรนำขึ้นหิ้งบูชาแล้ว เราควรศึกษาผลไม้มงคลที่ควรทำไปสักการบูชา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ให้ชีวิตเจริญ รุ่ง เรือง งอกงาม ดังนี้

  1. ลำไย หมายถึง ความรักที่หวานฉ่ำมีแต่ความสุข ร่ำไร ลำไย ไม่จบสิ้น ทวีคูณ
  2. ลิ้นจี่ หมายถึง ความเป็นสิริมงคล หอมหวาน ฉ่ำเย็น เหมือนลิ้นจี่
  3. สับปะรด หมายถึง การที่มีสายตาก้าวไกล ทำให้มีความรอบรู้ ทำสิ่งใดก็สำเร็จสมปรารถนา
  4. กล้วย หมายถึง การทำสิ่งใดก็ง่ายดาย กล้วยๆ ทำให้มีลูกหลานมาก
  5. ทุเรียน หมายถึง การเรียนรู้ ทำให้มีความฉลาดหลักแหลม รู้เท่าทันผู้อื่น
  6. สาลี่ หมายถึง การบำรุงรักษาคุณงามความดี เสมือนเกลือรักษาความเค็ม
  7. องุ่น หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ไม่ว่าจะทั้งการงานและเรื่องชีวิตครอบครัว
  8. แอปเปิล หมายถึง การมีสุขภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรงและอายุยืนยาว
  9. ส้ม หมายถึง การมีโชคมีลาภ ชีวิตประสพแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต
  10. ทับทิม หมายถึง การลูกชายเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง
  11. ขนุน หมายถึง การเกื้อหนุน ไม่ว่าจะทำอะไร จะมีคนคอยเกื้อหนุนตลอดเวลา
  12. แก้วมังกร หมายถึง ความรุ่งเรื่องมีทั้งอำนาจ ทั้งวาสนา
  13. เกาลัด หมายถึง มารยาทงาม ผู้คนนิยมชมชอบ
  14. มะม่วง หมายถึง การมีสติปัญญาที่เหนือผู้อื่น

 

 

ของคาว หวาน ที่นิยมนำไปเซ่นไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคล (ตามความเชื่อของตรุษจีน)

2

ชุดของไหว้จะเป็นของคาว 5 อย่าง ได้แก่ หมู ไก่ ตับหมู ปลา และกุ้งมังกร (กุ้งมังกรอาจจะหายาก จึงเปลี่ยนมาเป็นเป็ดสำหรับคนจีนแต้จิ๋ว และเปลี่ยนมาเป็นปลาหมึกแห้งสำหรับคนจีนแคะ) โดยแต่ละชนิดมีความหมายดังนี้

 

  • หมู ความหมายถึงความมั่งคั่ง เนื่องจากความอ้วนของหมูจะสะท้อนถึงความกินดีอยู่ดี
  • ไก่ มีมงคล 2 อย่างด้วยกัน คือ
  1. หงอนไก่ จะสื่อถึงหมวกขุนนาง จึงหมายถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
  2. ไก่จะขันตรงเวลาทุกเช้า ซึ่งสะท้อนถึงการรู้งาน

 

  • ตับ คำจีนจะเรียกว่า กัว ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า กัว ที่แปลว่าขุนนาง
  • ปลา คนจีนแต้จิ๋วจะเรียกว่า ฮื้อ มีวลีมงคลว่า อู่-ฮื้อ-อู่-ชื้ง ซึ่งแปลว่า ขอให้เหลือกินเหลือใช้ ซึ่งการไหว้ปลาเพื่อให้มีเงินเหลือกินเหลือใช้เหลือเก็บมากๆ นั่นเอง
  • กุ้งมังกร ด้วยรูปลักษณ์ของกุ้งที่มีหัวใหญ่ และมีก้ามให้ความรู้สึกถึงอำนาจวาสนา

Advertisement

ชุดกับข้าวอาหารคาว

1

ในแต่ละบ้านอาจแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วมี ดังนี้

  • ลูกชิ้นปลา คนจีนแต่จิ๋วออกเสียงว่า ฮื้อ-อี๊ แปลว่า ลูกชิ้นปลากลมๆ ฮื้อหรือปลา ก็คือให้เหลือกินเหลือใช้ ส่วนอี๊ ที่แปลว่ากลมๆ จะหมายถึงความราบรื่น กลมกลิ้ง นั่นเอง
  • ผัดต้นกระเทียม เนื่องจากคนจีนแต้จิ๋ว เรียกกระเทียมว่า สึ่ง ไปพ้องเสียงกับคำว่าสึ่งที่แปลว่านับ การไหว้ต้นกระเทียม ก็เพื่อให้มีเงินมีทองมากมาย ให้ได้นับอยู่เสมอ
  • ผัดตับกับกุยช่าย ตับก็คือ การเรียกว่า กัว ไปพ้องเสียงกับกัวที่แปลว่า ขุนนาง นั่นเอง กุยช่ายจึงเป็นการพ้องเสียงของคำว่ากุ่ย ที่แปลว่า แพง รวย
  • แกงจืด คนจีนจะเรียกว่า เช็ง-ทึง ซึ่ง เช็ง แปลว่า ใส หวาน และซดคล่องคอ การที่เราไหว้น้ำแกงก็เพื่อให้ชีวิตครอบครัว และลูกหลานราบรื่นนั่นเอง
  • เป๊าฮื้อ คำว่า เป๊า หรือ เปา แปลว่า ห่อ ส่วนคำว่า ฮื้อ คือ เหลือกินเหลือใช้ การไหว้เป๊าฮื้อ ก็เพื่อห่อความมั่งคั่งให้เหลือกินเหลือใช้ตกมายังลูกหลาน
  • ผัดถั่วงอก คนจีนแต้จิ๋วมักจะเรียกถั่วงอกว่า เต๋าแหง๊ แต่ภาษาทางวิชาการจะเรียกว่า เต้าเหมี่ยว คำว่าเหมี่ยว แปลว่า งอกงาม ซึ่งการไหว้ถั่วงอกก็เพื่อให้งอกงามรุ่งเรือง
  • เต้าหู้ จะเป็นคำเรียกแบบชาวบ้านที่อาจเรียกเป็นเต้าฮกก็ได้ คำว่าฮก คำนี้เป็นสำเนียงแต้จิ๋ว แต่จีนกลางจะออกเสียงเต้าหู้ว่า โต ฟู ฟู ซึ่งแปลว่า บุญ และ ความสุข
  • สาหร่ายทะเล จะเรียกว่า ฮวกฉ่าย ถ้าออกเสียงเป็นฮวดไช้ ก็จะแปลว่า โชคดี ร่ำรวย นั่นเอง

 

เคล็ดลับการไหว้ขนมมงคล ให้ได้ผลดี และชีวิตรุ่งเรือง รุ่งโรจน์

  • ซาลาเปา คำว่า เปา จะแปลว่า ห่อ การไหว้ซาลาเปาเพื่อให้เปาไช้ ซึ่งแปลว่า ห่อโชค ห่อเงิน ห่อทองมาให้ลูกหลานนั่นเอง
  • ขนมถ้วยฟู คือการไหว้เพื่อให้เฟื่องฟู คนจีนแต้จิ๋วจะเรียกขนมถ้วยฟูว่า ฮวกก้วย ซึ่งคำว่า ก้วย แปลว่า ขนม ส่วนคำว่า ฮวก แปลว่างอกงาม
  • ขนมคัดท้อก้วย คือ ขนมไส้ต่างๆ นั่นเอง เช่น ไส้ผักกะหล่ำ ไส้มันแกว ไส้กุยช่าย จะทำเป็นรูปลูกท้อสีชมพู ซึ่งลูกท้อเป็นผลไม้มงคลในความเชื่อของคนจีน มีนัยอวยพรให้อายุยืนยาวนั่นเอง
  • ขนมไข่ คนจีนจะเรียกว่า หนึงก้วย ซึ่งไข่คือบ่อเกิดแห่งการเกิดและเติบโต การไหว้ขนมไข่ก็เพื่อให้ได้มีการเกิดและการเจริญเติบโตในชีวิตและหน้าที่การงานนั่นเอง
  • ขนมจับกิ้ม หรือ ขนมแต้เหลียง หมายถึง ขนมแห้ง 5 อย่าง เราจะเรียกว่า โหงวเส็กทึ้ง หรือ ขนม 5 สี ก็ได้เช่นกัน ซึ่ง ประกอบด้วย ถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบ ฟักเชื่อม และข้าวพอง
  • ขนมอี๊ อี๊ หรือขนมอี๋ คำว่า อี๋ แปลว่ากลมๆ ขนมอี๊จะทำจากแป้งข้าวเหนียว นำมานวดจนได้ที่แล้วเจือสีชมพูเล็กน้อย จากนั้นปั้นเป็นก้อนกลมๆ นำไปต้มกับน้ำตาล ขนมชนิดนี้ไหว้เพื่อให้ชีวิตเคี้ยวง่าย ราบรื่น กลมกลิ้ง เหมือนขนมอี๊ที่เคี้ยวง่าย หวานใส ซึ่งขนมอี๊อาจใช้เป็นสาคูหรือลูกเดือยก็ได้เช่นกัน คนจีนแต้จิ๋วเรียกขนมเช่นนี้ว่าอี๊เหมือนกัน

 

เคล็ดลับการนำดอกไม้ขึ้นหิ้งเซ่นไหว้

lotus

 

รู้หรือไม่ว่า นอกจากของคาว หวาน ขนม และผลไม้แล้ว การนำดอกไม้ขึ้นไหว้บนโต๊ะหมู่บูชา หรือหิ้งไหว้ ก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ใช่เห็นใครๆ ก็ไหว้ด้วยพวงมาลัย เราก็นำพวงมาลัยมาไหว้ตาม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่สมปรารถนา ก่อนอื่นเราควรศึกษาความหมายของดอกไม้แต่ละชนิด และสิ่งศักดิ์สิ่งแต่ละองค์เสียก่อน จึงนำมาสักการะ เซ่นไหว้

 

  • ไหว้พระพุทธรูป ควรไหว้ด้วย ดอกบัว, ดอกมะลิ, ดอกพุด, เขี้ยวกระแต
  • ไหว้พระพุฒาจารย์โต ควรไหว้ด้วย ดอกบัว, ดอกมะลิ,
  • ไหว้หลวงปู่ทวด ควรไหว้ด้วยดอกมะลิ, ดอกกุหลาบ
  • ไหว้หลวงพ่อปาน ควรไหว้ดอกมะลิ, ดอกกล้วยไม้
  • ไหว้เสด็จพ่อ ร.๕ ควรไหว้ด้วยกุหลาบแดง, กุหลาบชมพู, มะลิหอม
  • ไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิม ควรไหว้ด้วยดอกบัวหลวง ไผ่กวนอิม
  • ไหว้ด้วยพระแม่อุมาเทวี ควรไหว้ด้วยดอกดาวเรือง, ดอกกุหลาบแดง, ใบมะตูม
  • ไหว้ด้วยพระแม่อุมาปางกาลี ควรไหว้ด้วยดอกชบา, ดอกกุหลาบแดง, หญ้าแพรก
  • ไหว้พระแม่ลักษณ์ ควรไหว้ด้วยดอกบัว, ดอกกุหลาบแดง, ใบมะตูม, ดอกดาวเรือง
  • ไหว้พระศิวะ ควรไหว้ดอกลำโพง, ดอกบัว, ดอกมะลิ
  • ไหว้พระนารายณ์ ควรไหว้ด้วยดอกมะลิ, ดอกบัว, ดอกดาวเรือง
  • ไหว้พระพรหม ควรไหว้ด้วยดอกดาวเรือง, ดอกมะลิ
  • ไหว้พระพิฆเนศวร์ ควรไหว้ด้วยดอกดาวเรือง, ดอกบัวแดง, ดอกกุหลาบ
  • ไหว้พ่อปูฤาษีทั้ง ๑๐๘ พระองค์ ควรไหว้ด้วยดอกมะลิ, ดอกกุหลาบ
  • ไหว้พระภูมิ ควรไหว้ด้วยดอกดาวเรือง, มะลิ, กล้วยไม้,
  • ไหว้เจ้าที่ คุณตา คุณยาย ควรไหว้ด้วยดอกมะลิ, กล้วยไม้
  • ไหว้นางกวัก ควรไหว้ด้วยดอกกุหลาบ, ดอกมะลิ
  • ไหว้กุมารทอง ควรไหว้ขนมที่ต้องมีแล้วถวาย, ดอกมะลิ

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาด้วยดอกไม้ เนื่องจากดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายในตัวของมันเอง การที่เรานำดอกไม้ชนิดไหนขึ้นมาไหว้ ก็ส่งผลต่อชีวิตเราในความหมายนั้นด้วยเหมือนกัน ดังนั้นเราควรศึกษาความหมายของดอกไม้ก่อนจัดขึ้นหิ้งบูชา ดังนี้

 

  • ไหว้ด้วยดอกมะลิหอม : ความร่มเย็นเป็นสุข
  • ไหว้ด้วยดอกพุด : พบแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่บริสุทธิ์
  • ไหว้ด้วยเขี้ยวกระแต : มองเห็นแต่สิ่งที่ดี
  • ไหว้ด้วยดอกบัวหลวง : ความสุข และความสำเร็จ
  • ไหว้กุหลาบแดง : ความรักที่สดชื่น
  • ไหว้ด้วยกล้วยไม้ : ทำอะไรราบรื่น
  • ไหว้ด้วยไผ่กวนอิม : เป็นมิ่งขวัญแก่ตนเอง
  • ไหว้ด้วยดาวเรื่อง: พบแต่ความรุ่งเรื่อง
  • ไหว้ด้วยใบมะตูม : มีชื่อเสียง
  • ไหว้ด้วยดอกชบา : พบความสำเร็จ
  • ไหว้ด้วยหญ้าแพรก : มีความฉลาด
  • ไหว้ด้วยดอกลำโพง : มีความโด่งดังทั่วฟ้า
  • ไหว้ด้วยบานไม่รู้โรย : รักไม่รู้โรย

 

เรียบเรียงโดย: เด็ดสุด ดอทคอม

ที่มาภาพ: www.dmc.tv

Advertisement




Keyword ที่เกี่ยวข้อง



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook