ภัยแฝงจากน้ำยาปรับผ้านุ่ม โรคภัยที่ไม่มีใครบอกคุณ

13 พฤษภาคม 2017 | สาระความรู้ทั่วไป, สาระสุขภาพ

ภัยแฝงจากน้ำยาปรับผ้านุ่ม โรคภัยที่ไม่มีใครบอกคุณ

 

ว่าด้วยเรื่องน้ำยาปรับผ้านุ่ม ถืเอเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันเกลื่อนเกือบทุกบ้าน มีกลิ่นหอมและสูตรที่หลากหลายออกมามากมาย จนมองไม่เห็นภัยแฝงที่ตามมา สืบเนื่องจากตัวผู้เขียนเองได้รักษาซีสต์ที่มดลูกด้วยวิธีโภชนาบำบัดจาหมอหมอนอกกระลา (ความรู้เจ๋งๆ ที่เรานำมาแบ่งปันเป็นประจำ) กระทั่งซีสต์หาย แต่มีข้อข้องใจอยู่หนึ่งอย่างนั่นก็คือ ทำไมหมอ Santi Manadee จึงมีข้อห้ามแปลกๆ นั่นคือ ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม และห้ามใช้น้ำยาขัดเบาะ กระทั่งวันนี้เราได้ค้นพบคำตอบ ถึงที่มาของภัยร้ายจากน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้วค่ะ จะเป็นอย่างไรนั้นมาดูกันเลย

 

Advertisement

 

หมอนอกกะลา ตอน….ชำแหละ น้ำยาปรับผ้านุ่ม

ผมขอให้ภรรยาหยุดการใช้สารเคมีใดๆ ในบ้าน เธอก็ไม่ยอมเชื่อสักที สงสัยจะดื้อเหมือนผม เอ๊ะ! หรือน่าจะมากกว่า ก็เลยต้องหาคำอธิบายให้เธอเข้าใจว่ามันทำอะไรกับเราและคนที่เรารัก และผมก็มีทั้งลูกชายและลูกสาว ผมก็ไม่อยากให้ลูกสาวผมใจแตกก่อนวัย และลูกชายก็ยังคงเป็นผู้ชายอยู่ขี้เกียจทำใจเพราะน้ำมือของคุณแม่ของเขาเองเวลาลูกชายเกิดเปลี่ยนไป เหตุคือมันออกฤทธิ์เหมือน ฮอร์โมนเพศหญิง Estrogen นั่นแหละครับ ให้สวยได้น้ำมะพร้าว ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และ น้ำยาขัดเบาะรถด้วย แหล่มเลยครับ

 

ฮอโมนเพศหญิงแล้วยังไง?

รู้หรือไม่ว่าในน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นมีฮอร์โมนเพศหญิงทั้งนั้นเลย เราก็เลยต้องหาข้อมูลกันนานเลยทีเดียวเพื่อปราบความดื้อรั้นและให้เธอได้มองเห็นภาพในอนาคตที่อาจจะเกิดกับทุกคนโดยหาสาเหตุไม่เจอแล้วก็ไปหายามาทำลายตับไตกันอีก แล้วคุณเคยเห็นฉลากมั้ยว่าเขาใส่อะไรลงไปบ้าง ถ้าไม่เคยสังเกต ถ้างั้นผมชวนเราๆ ด้วยเลยนะครับ มาดูกันเลย

 

ประโยชน์ของน้ำยาปรับผ้านุ่ม

น้ำยาปรับผ้านุ่ม ช่วยให้ผ้ามีความเรียบ นุ่ม ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิตช่วยให้รีดได้ง่ายลดการยับของผ้า จึงทําให้สิ่งสกปรกติดเนื้อผ้ายากขึ้น และทําให้ผ้าเปียกน้ำยากขึ้น

 

น้ำยาปรับผ้านุ่มทำงานอย่างไร?

น้ำยาปรับผ้านุ่มทำงานโดยการเคลือบพื้นผิวของเส้นใยผ้าที่มีชั้นบางของสารเคมี ซึ่งสารเคมีเหล่านี้มีคุณสมบัติในการหล่อลื่นจึงทำให้เส้นใยนุ่มนวลและป้องกันการสะสมของไฟฟ้าสถิต แถมยังมีสารที่ทำให้หน้าเตารีดเกิดไฟฟ้าสถิตเล็กน้อยเพื่อทำให้ไม่เกิดแรงต้านทานระหว่างการรีดผ้า จึงช่วยลดรอยยับในเสื้อผ้าได้เล็กน้อย

 

ส่วนประกอบสำคัญ

ส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้น้ำยาปรับผ้านุ่มมีคุณสมบัติดังกล่าวคือ กรดมันน้ำ ซึ่งกรดน้ำมันนี้จะยังคงติดคงทนอยู่ในเนื้อผ้าแม้ว่าจะผ่านการซักน้ำและรีดแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ที่ร้ายไปกว่านั้นน้ำมันนี้อาจซึมเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังของคุณ หรือจากการสูดดม นอกจากนี้น้ำยาปรับผ้านุ่มยังประกอบด้วยสารเคมีที่เป็นอันตรายอีกหลายชนิดได้แก่ เอทิลเอซิเทต, เบนซิน เอซีเทต, เบนซิน แอลกอฮอล์ ,เอทานอลและคลอโรฟอร์ม โดยสารเคมีเหล่านี้ต้องควบคุมให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะเป็นพิษต่อร่างกายก่อให้เกิดการระคายเคืองและทำลายสุขภาพ มีพิษต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้รู้สึกมึน และเวียนศีรษะ ทำลายตับ ไต โรคโลหิตจาง ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและร้ายที่สุดอาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

 

Advertisement

 

เมื่อได้รับสารเคมีทั้ง ๕ ชนิดเข้าสู่ร่างกาย จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

 

  1. สารเอทิลอะซีเตท (Ethyl acetate) ไอระเหยของมันอาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมและเวียนศีรษะ ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ตา และทางเดินหายใจ ใครที่มีอาการเหล่านี้บ่อยๆ แนะนำให้ลองสังเกตตัวเอง และลองปรับเปลี่ยนการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม
  2. สารคลอโรฟอร์ม(Chloroform) ไอระเหยของมันทำให้ร่างกายหมดความรู้สึกหรืออาจถึงขั้นสลบได้ และไอระเหยของมันมีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางทำให้มีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ถ้าคุณหายใจเอาสารที่ความเข้มข้นสูงเข้าไปเป็นประจำจะทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้
  3. สารเบนซิลแอลกอฮอล์ (Benzyl alcohol) การหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือก ทำให้ลำคออักเสบ เกิดอาการไอ หายใจถี่รัว เวียนศีรษะง่วงนอน หากสัมผัสถูกผิวหนังจะก่อให้เกิดการระคายเคืองผื่นแดง เจ็บปวด การกลืนหรือกินเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคืองลำคออักเสบ ปวดท้องคลื่นไส้ การสัมผัสถูกตา จะก่อให้เกิดการระคายเคืองตาแดง เจ็บตาตาพร่ามัว เมื่อสารดูดซึมผ่านร่างกาย ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ (อธิบายไว้ตอนท้าย)
  4. สารเบนซิลอะซีเตท (Benzyl acetate) การหายใจเข้าไปทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกมีอาการไอ เวียนศีรษะเมื่อสัมผัสถูกผิวหนังจะก่อให้เกิดการระคายเคืองผื่นแดงการสัมผัสถูกตาจะก่อให้เกิดการระคายเคือง ตาแดง เจ็บตาตาพร่ามัว
  5. มัสไซลีน (Musk xylene) เป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งน่ากลัวมาก

 

ดังนั้น จากข้อมูลความเป็นอันตรายข้างต้น ถือว่ามีความรุนแรงอย่างมากซึ่งส่งผลกระทบทำให้เกิดผลเสียทั้งในด้านร่างกายและทรัพย์สินของเราๆท่านๆ หากพบว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายกับผู้บริโภค โทรแจ้งได้ที่หมายเลข 1166

 

ลองคิดดูสิว่าเมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อะไรจะเกิดขึ้น ข้อขัดแย้งและการเสียผลประโยชน์คงตามมาอย่างมหาศาล แต่เมื่อนึกถึงเด็กๆ และคนที่คุณรักรอยู่ที่บ้านคุณคงได้คำตอบแล้วนะว่า ควรจะใช้หรือไม่ใช้ต่อไปในวันพรุ่งนี้

 

ด้วยรักจากใจจริง

ที่มา: หมอนอกกะลา

ได้รับอนุญาตในการเผยแพร่บทความแล้ว

 





Keyword ที่เกี่ยวข้อง



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook