“น้ำตาลเทียม” แฝงอันตรายมากกว่าที่คุณคิด!!

8 กันยายน 2017 | สาระความรู้ทั่วไป, สาระสุขภาพ

 

สาวๆหนุ่มหลายๆคนที่รักสุขภาพ รู้ดีว่าน้ำตาลทานมากก็ส่งผลเสียต่อร่างกายก็เลยหลีกเลี่ยงไปทานน้ำตาลเทียม หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เพื่อได้รสความหวาน ในแบบที่ไม่รู้สึกผิดต่อสุขภาพร่างกาย แต่ว่าอันที่จริงแล้ว น้ำตาลเทียม แอบแฝงอันตรายเอาไว้มาก จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

 

Advertisement

 

5 อันตรายที่คาดไม่ถึงจาก น้ำตาลเทียม

1. สารเคมีตกค้าง ก่อโรคมะเร็ง

แอสปาแตมประกอบไปด้วยสารเคมี 3 ชนิด คือ กรดแอสปาร์ติฟีนิลอะลานีนแล้วก็ เมธานอถ้าร่างกายได้รับสารเคมีพวกนี้เป็นจำนวนมาก จะไม่สามารถกำจัดออกไปจากร่างกายได้หมด จนอาจเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อ และก็ทำให้ DNAในร่างกายได้รับความเสียหาย กระทั่งอาจพัฒนากลายเป็นความผิดปกติของเซลล์รวมทั้งเป็นโรคมะเร็งในที่สุด

 

2. สาเหตุโรคอ้วน และเบาหวานทางอ้อม

แทนที่ทานอย่างอื่นแทนน้ำตาลแล้วจะหลีกเลี่ยงโรคอ้วน แล้วก็โรคเบาหวานได้กลายเป็นว่าแอสปาแตมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เป็น 2 โรคนี้เสียเอง เนื่องจากแอสปาร์แตมทำให้ร่างกายมีปริมาณการสร้างฮอร์โมนที่ผิดปกติ ทำให้ร่างกายยิ่งโหยหาความหวานจากน้ำตาลมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยเป็นเหตุที่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ยังวนเวียนกลับไปหาน้ำตาลแท้เหมือนเดิม แถมยังอยากอาหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิมอีกด้วย

 

3. เป็นสารอันตราย

ถึงจะมีการอนุญาตให้ใช้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน แต่ว่าผลจากการทดสอบกับสัตว์บางจำพวก ยังเจออาการข้างเคียงอย่างเช่น ชักอย่างรุนแรง จนกระทั่งขั้นเสียชีวิต

 

 

Advertisement

 

4. ท้องอืด ท้องเฟ้อ

เมื่อแอสปาแตมเป็นน้ำตาลเทียม ที่จะไม่ถูกดูดซึมไปสู่ร่างกาย ทำให้มันไปกองรวมกันอยู่ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะมีแบคทีเรียซึ่งสามารถย่อยแอสปาแตมได้ แต่ว่าก็จะผลิตก๊าซออกมา ก็เลยทำให้พวกเรามีอาการท้องขึ้น ท้องอืดและถ่ายมากกว่าปกติได้

 

5. อันตรายต่อสมอง

กรดแอสปาร์ติซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของน้ำตาลเทียม สามารถผ่านไปสู่เซลล์สมอง และเมื่อมีจำนวนแคลเซียมอยู่ในสมองมากก็อาจส่งผลให้สมองเกิดอันตรายได้ เซลล์สมองอาจมีความผิดปกติ โดยอาจส่งผลให้เกิดโรคลมบ้าหมู อัลไซเมอร์ รวมไปถึงปลอกประสาทอักเสบ แล้วก็ต่อมไร้ท่อปฏิบัติงานผิดปกติได้

แต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าพวกเราจะทานน้ำตาลเทียมไม่ได้นะคะ เรายังทานได้อยู่ แต่ว่าขอให้อยู่ในจำนวนที่พอดี หรือถ้าหากต้องการลดการบริโภคน้ำตาล ก็ลดการทานหวานไปเลยจะดียิ่งกว่าค่ะ

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก waymagazine.org, หมอชาวบ้าน

Advertisement




Keyword ที่เกี่ยวข้อง



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook