10 สิ่งที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับเด็กทารก

28 มิถุนายน 2017 | สาระความรู้ทั่วไป, สาระแม่และเด็ก
  1. อึก้อนแรกพวกเขาไม่มีกลิ่นเหม็น

ก้อนอึสีดำที่เราเรียกกันว่าขี้เทา (meconium) มีองค์ประกอบเป็นสารคัดหลั่ง,ของเหลวจากครรภ์และสารอาหารที่ย่อยทารกย่อยไม่ได้ตอนที่ยังอยู่ในครรภ์แม่ แต่เนื่องจากเด็กในครรภ์ยังไม่มีการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียในทางเดินอาหารซึ่งจะทำให้อึมีกลิ่น นั่นจึงทำให้อึก้อนแรกของเด็กทารกไม่มีกลิ่น

 

Advertisement

 

 

  1. บางครั้งเด็กแรกเกิดอาจหยุดหายใจ

การหายใจไม่เป็นจังหวะพบได้เป็นปกติในเด็กแรกเกิด แต่การที่ทารกหยุดหายใจเป็นเวลานานก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลเช่นกัน

 

 

  1. ต่อมทอนซิลของพวกเขามีปุ่มรับรส

อย่างไรก็ตามเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็มีปริมาณของปุ่มรับรส แต่เนื่องจากขนาดตัวและพื้นที่ในช่องปาก ทำให้การเจริญหรือพัฒนาของปุ่มรับรสกินพื้นที่ช่องปากไปยังส่วนของต่อมทอนซิลและส่วนหลังของลำคอ

 

 

  1. เด็กทารกจะร้องไห้แบบไม่มีน้ำตาในการร้องไห้ครั้งแรก

ทารกจะเริ่มร้องไห้ที่อายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่พวกเขาจะไม่มีน้ำตาจนกระทั่งอายุประมาณ 1 เดือน ช่วงที่ทารกร้องไห้มากที่สุดจะอยู่ในช่วง 46 สัปดาห์หลังการคลอด และจะดีขึ้นหลังผ่านไปประมาณ 3 เดือน

 

  1. เด็กแรกเกิดมีเต้านม

เมื่อแรกเกิด ทารกทั้งเพศหญิงและเพศชายล้วนมีก้อนปูดที่หน้าอกคล้ายกับเต้านมและอาจมีการไหลของน้ำนมได้ โดยเต้านมที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการที่ทารกดูดซึมฮอร์โมนเอสโตรเจนจากครรภ์ของแม่และจะคงอยู่ไปอีกไม่กี่สัปดาห์

 

 

  1. พวกเขามักจะตะแคงหัวไปด้านขวา

พบว่ามีทารกเพียง 15% เท่านั้นที่จะตะแคงหัวไปทางด้านซ้ายเมื่อพวกเขานอนหงาย ซึ่งดูเหมือนว่าการที่พวกเขาทำแบบนี้เป็นผลมาจากพันธุกรรมอีกด้วย

 

Advertisement

 

 

  1. พวกเขามีปริมาณเซลล์สมองที่มากและมีจำนวนที่แน่นอน

ถึงแม้ว่าทารกจะมีขนาดสมองที่ใหญ่และอาจขยายขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเวลาผ่านไปเป็นปี ในสมองของพวกเขามีเซลล์ประสาทที่สามารถส่งกระแสประสาทแล้ว เซลล์ประสาทมากมายจะตายลงโดยที่จะไม่มีการสร้างเซลล์ประสาทขึ้นมาแทนที่ ดังนั้น ผู้ใหญ่จึงมือปริมาณเซลล์ประสาทน้อยกว่าทารก

 

 

  1. ทารกก็แข็งตัวได้

มันมักจะเกิดขึ้นพวกเขาปวดฉี่ ขนาดองคชาตของพวกเขาอาจดูใหญ่เมื่อตอนคลอด ซึ่งเป็นเรื่องปกติเนื่องจากฮอร์โมนที่พวกเขาได้รับจากแม่ขณะที่ยังอยู่ในครรภ์

 

 

  1. พวกเขาก็กลัวตัวเองได้เหมือนกัน

มันมักจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาชูแขนขึ้นไปด้านข้าง,แบมือ จากนั้นก็ดึงมาดูใกล้ๆอย่างรวดเร็วและพวกเขาจะหมุนเหยียดมันออกจากร่างกาย ซึ่งเป็นกระบวนการรีเฟล็กซ์ที่จะพัฒนาเป็นระบบส่งสัญญาณเตือนที่เกิดในลูกลิงที่สูญเสียบาลานซ์ เพื่อเตือนให้แม่ลิงขว้าไว้ก่อนที่ลูกลิงจะตกถึงพื้น

 

 

  1. ปานที่มีมาตั้งแต่เกิดอาจหายไป

โดยจะหายไปในเวลาไม่กี่ปีโดยที่เราไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง

 

 

ที่มา: webmd

Advertisement




Keyword ที่เกี่ยวข้อง



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook