จะรู้ได้อย่างไรว่าทูน่าที่ซื้อมาเป็นของจริง

29 กรกฎาคม 2017 | สาระความรู้ทั่วไป, สาระสุขภาพ

ไม่กี่ปีที่ผ่านมาองค์กรไม่หวังผลกำไร Oceana ได้ตีพิมพ์รายงานฉบับหนึ่งซึ่งสั่นคลอนความเชื่อมั่นในฉลากปลา โดยทางองค์กรได้ตีพิมพ์ว่าปลา Red Snapper มากจะถูกติดฉลากผิดเป็นฉลากปลาทูน่ามากที่สุด

 

รายงานของ Oceana มีจุดสนใจอยู่ที่เนื้อปลาทูน่าสด ชนิดเดียวกันกับที่วางขายตามร้านซูชิและร้านค้าทั่วไป ส่วนทูน่าพร้อมปรุงหรือทูน่ากระป๋องไม่ได้อยู่ในขอบเขตการศึกษาของ oceana จากการสำรวจพบว่า 84% ของเนื้อปลาทูน่าขาว (white tuna) ที่วางขายในอเมริกาเป็นเนื้อปลาเอสโคลาและสิ่งแรกที่ผู้บริโภคควรรู้คือไวท์ทูน่าไม่ได้มีอยู่จริง ปลาทูน่าครีบยาวมักจะถูกใช้เพื่อระบุของเนื้อทูน่าที่มีสีอ่อนกว่าเนื้อทูน่าทั่วไป ส่วนบลูฟินและเยลโล่ฟินจะใช้ในการเรียกเนื้อทูน่าที่สีเข้มกว่า

 

Advertisement

 

ปัญหาสำคัญของการมีทูน่าปลอมคือปลาเอสโคลาเคยถูกเบนในญี่ปุ่นในปี 1977 เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อว่ามันมีพิษและองค์การอาหารและยาในช่วงปี 90 ก็มีการต่อต้านการซื้อขายเนื้อปลาชนิดนี้ออีกด้วย และเนื่องจากไขมันที่ทำให้รสชาตของปลาชนิดนี้ดีแต่มันอุดมไปด้วยเอสเทอร์ ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถย่อยได้ ถ้าเราบริโภคมากกว่า 6 ออนซ์ มันอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียหรืออุจจาระไหลได้

 

 

แล้วเราจะแยกได้อย่างไร?

ราคาคือตัวแยกชนิดที่เห็นได้ชัดที่สุด

Oceana กล่าวว่าทูน่าราคาที่ถูกเกินกว่าจะเป็นไปได้มีโอกาสที่จะเป็นทูน่าปลอมมากกว่าทูน่าที่มีราคาแพง

สีของเนื้อ

เนื้อปลาเอสโคลามักมีสีขาวน้ำนม ซึ่งปลาทูน่าซึ่งเป็นปลาที่ว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลาจะไม่มีเนื้อเป็นสีแบบนั้น นอกจากนี้เนื้อปลาเอสโคลายังมีความขุ่นซึ่งจะไปพบในเนื้อปลาทูน่า

พิจารณาตรวจย้อนหลัง

สอบถามแม่ค้าพ่อค้าว่าปลาที่วางขายมาจากไหน และถ้าเป็นปลาแช่แข็ง ถ้าแม่ค้าพ่อค้าเลี่ยงหรือเบี่ยงประเด็น คุณก็พอจะคาดเดาได้ว่าเป็นปลาทูน่าจริงหรือไม่ แต่จงเข้าใจไว้ว่าปลาทูน่าแช่แข็งไม่ใช่ไม่ดี ส่วนใหญ่ทูน่ามักจะถูกแช่แข็งมาอยู่แล้ว

 

Advertisement

 

 สุดท้ายแล้วการจะต้องซื้อของจับจ่ายจงจำไว้ว่าของดีมักมีราคาแพงตามไปด้วยเสมอ

 

 

ที่มา Huffingtonpost




Keyword ที่เกี่ยวข้อง



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook